ลงพื้นที่ตรวจเหตุลักตัดสายไฟหม้อแปลงริมถนน 347

       สภ.บางปะหัน ร่วมกับเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ลงพื้นที่เก็บวัตถุพยานและรวบรวมหลักฐานอย่างละเอียด หลังเกิดเหตุคนร้ายลักลอบทำลายและโจรกรรมทรัพย์สินทางราชการ (หม้อแปลงไฟฟ้า)         รายละเอียดการลงพื้นที่: เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 เวลา 17.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปะหัน นำโดย สวป.สภ.บางปะหัน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสอบสวน และฝ่ายสืบสวน ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เดินทางเข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุบริเวณริมถนนทางหลวงหมายเลข 347 (ใกล้กับจุดกลับรถวงเดือนผ้าใบ) พื้นที่ หมู่ 1 ต.ขวัญเมือง อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยาหลังได้รับแจ้งเหตุมีคนร้ายไม่ทราบจำนวน ลักลอบตัดสายไฟและรื้อถอนทำลายทรัพย์สินบริเวณหม้อแปลงไฟฟ้าในจุดดังกล่าว ซึ่งสร้างความเสียหายต่อระบบสาธารณูปโภคและความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนน         การดำเนินการล่าสุด: เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้ทำการตรวจเก็บลายนิ้วมือแฝง และวัตถุพยานในบริเวณที่เกิดเหตุอย่างละเอียด ขณะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สภ.บางปะหัน ได้กระจายกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายใช้หลบหนี เพื่อเร่งสืบสวนติดตามจับกุมตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็วที่สุด        หากพี่น้องประชาชนท่านใดพบบุคคลต้องสงสัย หรือมีเบาะแสเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว สามารถแจ้งมาได้ที่ สภ.บางปะหัน 

ประชุมขับเคลื่อนงานสอบสวน ยึดหลักโปร่งใส ใส่ใจบริการ

       วันที่ 5 เมษายน 2569 ได้จัดการประชุมงานสอบสวน  โดยเน้นการจัดโครงสร้างให้เป็นทางการ ครอบคลุมภารกิจสำคัญของพนักงานสอบสวนยกระดับการบริการประชาชนและตามข้อสั่งการล่าสุด ระเบียบวาระการประชุมเพื่อเน้นย้ำข้อสั่งการและการปฏิบัติงานสอบสวน สภ.บางปะหัน วาระที่ 1: การเร่งรัดและควบคุมสำนวนการสอบสวนคดีอาญา การบริหารจัดการสำนวนคดี: ให้พนักงานสอบสวนเร่งรัดดำเนินการทำความเห็นทางคดีและส่งสำนวนการสอบสวนให้อัยการตามกรอบระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด ห้ามให้เกิดความล่าช้าจนส่งผลกระทบต่อสิทธิ์ของผู้เสียหายหรือผู้ต้องหา การรายงานสถิติคดี: ให้พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบสรุปสถิติคดีค้างเก่า คดีที่อยู่ระหว่างดำเนินการ และคดีที่สั่งฟ้องแล้ว นำเสนอต่อหัวหน้างานสอบสวนและ หน.สภ. เป็นประจำทุกสัปดาห์ วาระที่ 2: แนวทางการรับแจ้งความและการดำเนินคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี มาตรการ “ห้ามปฏิเสธการรับแจ้งความ”: พนักงานสอบสวนเวรต้องรับคำร้องทุกข์/กล่าวโทษ คดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ทั้งผ่านระบบ TPO และ Walk-in) ทุกกรณี ห้ามบ่ายเบี่ยง ห้ามส่งตัวผู้เสียหายข้ามเขต หรือโยนภาระในการหาหลักฐานไปให้ประชาชนเด็ดขาด ให้บริการประชาชนด้วยความสุภาพ รวดเร็ว และให้คำแนะนำขั้นตอนการดำเนินคดีอย่างชัดเจน เพื่อลดข้อร้องเรียนในสื่อสังคมออนไลน์ การระงับและจำกัดความเสียหายเชิงรุก: เมื่อได้รับแจ้งความคดีออนไลน์ ให้รีบประสานงานเพื่ออายัดบัญชีธนาคารหรือระงับการทำธุรกรรมของคนร้ายทันที เพื่อรักษาผลประโยชน์สูงสุดของผู้เสียหาย วาระที่ 3: การบูรณาการร่วมกับฝ่ายสืบสวนและงานเทคนิค การสนับสนุนหลักฐานด้านเทคโนโลยี: ให้ฝ่ายสืบสวนและพนักงานสอบสวนประสานงานอย่างใกล้ชิดในการสืบค้นข้อมูลพยานหลักฐานดิจิทัล เช่น ข้อมูล IP Address, หมายเลขโทรศัพท์ และบัญชีม้า เพื่อเร่งพิสูจน์ทราบตัวผู้กระทำความผิด การตรวจสอบเส้นทางการเงิน: มอบหมายให้มีเจ้าหน้าที่ประสานงานเฉพาะกิจในการติดตามเอกสารและข้อมูลทางการเงินจากธนาคารหรือสถาบันการเงิน เพื่อความรวดเร็วในการทำสำนวนคดี วาระที่ 4: การรักษาจริยธรรม วินัย และมาตรการป้องกันการทุจริต การปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใส: กำชับพนักงานสอบสวนทุกนาย ห้ามเรียกรับหรือยอมจะรับผลประโยชน์ใดๆ จากคู่กรณีโดยเด็ดขาด มาตรการควบคุมและเสริมสร้างวินัย (คำสั่ง ตร. ที่ 1212/2537): หัวหน้างานสอบสวนต้องคอยสอดส่อง ดูแลพฤติกรรม และความประพฤติของพนักงานสอบสวนในปกครองอย่างใกล้ชิด กำชับเรื่องการแต่งกาย เครื่องแบบ และทรงผมให้เป็นระเบียบเรียบร้อยตามข้อบังคับในขณะปฏิบัติหน้าที่บริการประชาชนบนสถานีตำรวจ วาระที่ 5: การดูแลสวัสดิการและส่งเสริมสุขภาพจิตของพนักงานสอบสวน การลดความเครียดจากการทำงาน: เนื่องจากงานสอบสวนมีปริมาณงานและแรงกดดันสูง ให้หัวหน้างานสอบสวนคอยตรวจสอบความเดือดร้อน ปัญหาหนี้สิน ปัญหาส่วนตัว หรือข้อจำกัดด้านสุขภาพของกำลังพลอย่างสม่ำเสมอ ระบบช่วยเหลือ: ส่งเสริมและประชาสัมพันธ์ช่องทางการติดต่อ “สายด่วนคลายทุกข์ ศูนย์ 1599” หรือบริการให้คำปรึกษาทางสุขภาพจิต เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะหมดไฟ (Burnout)

หนุ่มหึงโหดเห็นอดีตแฟนพาชายอื่นมาหา บุกทำร้ายจนเสียชีวิต

       เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปะหัน ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุว่าเกิดเหตุทำร้ายร่างกายกันอย่างรุนแรง บริเวณหน้าห้องเช่าแห่งหนึ่งทางด้านหลังปั๊มน้ำมันใกล้กับวัดตลาดแก้ว พื้นที่ หมู่ 5 ต.บางนางร้า อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา หลังรับแจ้งเหตุจึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ ฝ่ายสืบสวน และพนักงานสอบสวน รุดเดินทางไปตรวจสอบทันที       เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบผู้เสียหายถูกทำร้ายร่างกายอย่างสาหัสจนนอนเสียชีวิตอยู่ในจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ประสานแพทย์เวรจากโรงพยาบาลบางปะหัน และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน มาร่วมตรวจสอบและเก็บรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียด ในเวลาไล่เลี่ยกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สภ.บางปะหัน สามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุเอาไว้ได้ในพื้นที่ ทราบชื่อคือ นาย A (นามสมมุติ) จากการสอบสวนเบื้องต้น นาย A ยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุทำร้ายร่างกายผู้ตายจริง       ชนวนเหตุ: นาย A ให้การว่าเกิดจากความหึงหวง เนื่องจากตนเองได้เลิกรากับแฟนเก่าไปแล้ว แต่ต่อมาแฟนเก่าได้พาผู้ตายเดินทางมาพบให้ตนเห็น จึงเกิดบันดาลโทสะและควบคุมอารมณ์ไม่ได้ บุกเข้าทำร้ายร่างกายผู้ตายจนเสียชีวิตดังกล่าว        เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหารายนี้ ส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางปะหัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป

ตลาดนัดพระงาม เจ็บ 3!!!

       สภ.บางปะหัน เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุและให้การช่วยเหลือกลุ่มเยาวชนที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุทะเลาะวิวาทบริเวณหน้าตลาดนัด พร้อมส่งทีมสืบสวนลงพื้นที่ไล่ล่ากลุ่มผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี        พฤติการณ์แห่งคดี: เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 18.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปะหัน ได้รับแจ้งเหตุกลุ่มวัยรุ่นทะเลาะวิวาทและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ บริเวณหน้าตลาดนัดพระงาม (ตรงข้ามโรงเรียนวัดพระงาม) หมู่ 1 ต.บางเดื่อ อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา จึงได้นำกำลังรุดไปตรวจสอบทันที        เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบเยาวชนได้รับบาดเจ็บจำนวน 3 ราย เจ้าหน้าที่จึงได้ประสานกู้ภัยร่วมช่วยเหลือและนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บอย่างเร่งด่วน โดยมีรายละเอียดผู้บาดเจ็บดังนี้: เยาวชนชาย (นาย A – นามสมมุติ) อายุ 14 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ใน อ.นครหลวง ได้รับบาดเจ็บมีแผลถูกแทงที่ต้นขาซ้าย แพทย์ทำการรักษาเย็บ 6 เข็ม เยาวชนชาย (นาย B – นามสมมุติ) อายุ 14 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ใน อ.พระนครศรีอยุธยา มีแผลถลอกตามร่างกายที่ขาด้านซ้าย เยาวชนชาย (นาย C – นามสมมุติ) อายุ 15 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ใน อ.พระนครศรีอยุธยา มีบาดแผลถูกฟันเข้าที่บริเวณหัวแม่มือด้านซ้าย อยู่ระหว่างรอแพทย์วินิจฉัยและรักษาอาการ        การดำเนินการของเจ้าหน้าที่: ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนและ พนักงานสอบสวน สภ.บางปะหัน ได้ลงพื้นที่เก็บรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุและเส้นทางหลบหนี พร้อมทั้งเตรียมสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องและพยานแวดล้อม เพื่อติดตามตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด

ดูแลความปลอดภัยขบวนพาเหรดกีฬาสี…

       เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 เวลา 07.30 น. สภ.บางปะหัน นำโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรและสายตรวจ ร่วมกันปล่อยแถวรับมอบภารกิจ ณ บริเวณหน้าโรงเรียนบางปะหัน เพื่อเตรียมความพร้อมในการอำนวยความสะดวกการจราจรและดูแลความปลอดภัยให้กับขบวนพาเหรดกีฬาสีของน้องๆ นักเรียนโรงเรียนบางปะหัน       ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปะหัน ได้ออกปฏิบัติหน้าที่ประจำจุดต่างๆ ตลอดเส้นทางขบวนพาเหรดเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้การสัญจรของพี่น้องประชาชนเป็นไปด้วยความคล่องตัว และเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของลูกหลานชาวบางปะหันทุกคน      ข้อแนะนำสำหรับผู้ใช้ทาง: ขอความกรุณาผู้สัญจรผ่านบริเวณหน้าโรงเรียนบางปะหันและเส้นทางใกล้เคียง โปรดขับขี่ด้วยความระมัดระวัง ชะลอความเร็ว และปฏิบัติตามสัญญาณไฟหรือคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จราจรอย่างเคร่งครัด      ด้วยความห่วงใยและใส่ใจในความปลอดภัยจาก สภ.บางปะหัน

้เคียงข้างประชาชน…เข้าช่วยเหลืออุบัติเหตุและรถเสีย

       สภ.บางปะหัน ภาพลักษณ์ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่พึ่งของประชาชน ระหว่างนำกำลังออกตรวจประชาสัมพันธ์และดูแลความสงบเรียบร้อยในช่วงก่อนการเลือกตั้งในพื้นที่ แต่กลับเจอเหตุการณ์ไม่คาดคิดซ้อนกันถึง 2 เหตุการณ์ เจ้าหน้าที่ไม่รอช้าลุยเข้าช่วยเหลือทันที!        เหตุที่ 1: กระบะดวงซวย ยางระเบิดคว่ำริมทาง ขณะปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน/จราจร พบรถกระบะประสบอุบัติเหตุยางระเบิดจนพลิกคว่ำตกอยู่บริเวณไหล่ทาง พี่ๆ ตำรวจ สภ.บางปะหัน ไม่รอช้า พุ่งตัวเข้าตรวจสอบและช่วยเหลือ เข้าตรวจเช็กอาการของคนขับและแฟนสาวทันที โชคดีที่ทั้งคู่ปลอดภัยไม่ได้รับบาดเจ็บรุนแรง ก่อนที่เจ้าหน้าที่ จะประสานรถยกมาช่วยเคลียร์พื้นที่เปิดทางสัญจรเพื่อความปลอดภัย        เหตุที่ 2: ฟอร์จูนเนอร์ สตาร์ทไม่ติด ห่างไปไม่ไกลในเวลาไล่เลี่ยกัน เจ้าหน้าที่พบรถยนต์      (ฟอร์จูนเนอร์) จอดนิ่งสนิทอยู่ริมทางเนื่องจากระบบแบตเตอรี่มีปัญหา สตาร์ทอย่างไรก็ไม่ติด รีบประสานทีมงานนำสายพ่วงมาช่วยกัน “จัมป์แบตเตอรี่” ปลุกรถให้กลับมาสตาร์ทติดอีกครั้ง จนเจ้าของรถสามารถเดินทางต่อไปได้ด้วยรอยยิ้มและความประทับใจ        ไม่ว่าจะดูแลความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง หรือบำบัดทุกข์บำรุงสุขในเรื่องเดือดร้อนบนท้องถนน ตำรวจ สภ.บางปะหัน พร้อมดูแลงประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง

รถ 10 ล้อชนท้ายรถตู้รับส่งพนักงาน เจ็บ 1 ราย

       เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2569 สภ.บางปะหัน โดยงานจราจร พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่รุดเข้าตรวจสอบและอำนวยความสะดวกการจราจร บริเวณถนนสายเอเชีย ขาเข้ากรุงเทพมหานคร ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 30+300 พื้นที่ หมู่ 6 ต.ขยาย อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา หลังเกิดอุบัติเหตุรถยนต์บรรทุก 10 ล้อตู้ทึบ ชนท้ายรถยนต์ตู้รับส่งพนักงาน ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 1 ราย ซึ่งในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ช่วยเหลือนำตัวส่งโรงพยาบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว       การจัดการจราจรล่าสุด: เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.บางปะหัน อยู่ระหว่างอำนวยความสะดวกและระบายรถในเส้นทางดังกล่าว โดยประสานรถยกเข้าดำเนินการเคลื่อนย้ายรถคู่กรณีออกจากช่องทางเดินรถ เพื่อเปิดการจราจรให้กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด ขอให้ผู้ใช้เส้นทางดังกล่าวขับขี่ด้วยความระมัดระวัง หรือหลีกเลี่ยงเส้นทางในช่วงเวลาดังกล่าวหากจำเป็น       ด้วยความห่วงใยจาก สภ.บางปะหัน

ชื่นชมตำรวจจราจร อำนวยความสะดวกประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์

ชื่นชมตำรวจจราจร…        ท่ามกลางแดดร้อนอบอ้าว อำนวยความสะดวกประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์       ท่ามกลางแสงแดดที่ร้อนระอุ และอากาศที่ร้อนอบอ้าวแทบไม่มีลมพัด  ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ภาพของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรยังคงยืนปฏิบัติหน้าที่อย่างไม่ย่อท้อ เพื่ออำนวยความสะดวกให้พี่น้องประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนาได้ถึงที่หมายอย่างปลอดภัย  บนถนนสายเอเชีย ในพื้นที่อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.บางปะหัน ต่างทุ่มเทแรงกายแรงใจ โบกรถ จัดระเบียบการจราจร ลดความแออัด และช่วยให้การเดินทางคล่องตัวมากที่สุด       แม้แดดจะร้อนแผดเผา เหงื่อไหลท่วมกาย เสื้อผ้าเปียกชื้น และต้องยืนอยู่กลางสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวเพียงใด ก็ไม่มีใครถอย ทุกคนยังคงยืนหยัดทำหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบและเสียสละ ภาพเหล่านี้ไม่เพียงสะท้อนถึงหน้าที่ แต่ยังสะท้อนถึงหัวใจของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ที่ตั้งใจดูแลประชาชนอย่างแท้จริง       ขอส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ในช่วงเทศกาลนี้ ขอให้ทุกท่านปลอดภัย และมีกำลังใจที่เข้มแข็ง

ทุกความเดือดร้อนคือหน้าที่ของเรา…

ทุกความเดือดร้อนคือหน้าที่ของเรา…       เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.บางปะหัน ได้พบรถตู้ของกระทรวงวัฒนธรรม ที่ประสบปัญหาแบตเตอรี่รถยนต์ขัดข้อง สตาร์ทไม่ติด บริเวณปั๊ม ปตท.&จิฟฟี่ อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่ไม่รอช้า เข้าช่วยเหลือพ่วงแบตเตอรี่ให้ทันที จนรถยนต์สามารถกลับมาใช้งานและเดินทางต่อไปได้อย่างปลอดภัย..              พบเหตุด่วนเหตุร้าย หรือต้องการความช่วยเหลือบนท้องถนนในพื้นที่ อ.บางปะหัน สามารถแจ้ง สภ.บางปะหัน ได้ตลอด 24 ชั่วโมงครับ:035-750-228  สภ.บางปะหัน

สลด! อดีตสามีบุกพังบ้านอดีตภรรยา พี่ชายกับเพื่อนบ้านเข้าห้าม ถูกแทงดับ 1 เจ็บ 1

       เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 21.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปะหัน ได้รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกายกัน ณ บ้านไม้ยกสูงหลังหนึ่งในพื้นที่ หมู่ 3 ต.บางปะหัน อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา จึงรุดเดินทางไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบผู้ก่อเหตุคือ นาย A (นามสมมุติ) อายุ 44 ปี กำลังพยายามจะหลบหนี เจ้าหน้าที่ตำรวจและพลเมืองดีจึงร่วมกันเข้าควบคุมตัวไว้ได้สำเร็จ พร้อมตรวจยึดอาวุธมีดปลายแหลมที่ใช้ก่อเหตุ       จากการสอบสวนพยานซึ่งเป็นอดีตภรรยาของผู้ก่อเหตุ ให้การว่า ตนเองและ นาย A ได้แยกกันอยู่มาประมาณครึ่งเดือนเนื่องจากมีปากเสียงกันบ่อยครั้ง แต่นาย A ไม่ยอมเลิกราและวนเวียนมาข่มขู่เสมอ ก่อนเกิดเหตุ 1 วัน นาย A ได้แอบเข้ามานอนพักอยู่ที่ใต้ถุนบ้าน ตนจึงไล่ออกจากบ้านไป จนกระทั่งในคืนวันเกิดเหตุ นาย A ได้ย้อนกลับมาที่บ้านอีกครั้งในอาการตะโกนเอะอะโวยวาย ก่อนจะบุกพังประตูขึ้นไปบนชั้นสองพร้อมถืออาวุธมีดปลายแหลมตรงเข้าหาอดีตภรรยา อดีตภรรยาจึงร้องตะโกนขอความช่วยเหลือด้วยความหวาดกลัว        เมื่อเสียงร้องดังขึ้น นาย B (นามสมมุติ) อายุ 44 ปี ซึ่งเป็นพี่ชายของอดีตภรรยา และ นาย C (นามสมมุติ) อายุ 36 ปี เพื่อนบ้านที่ได้ยินเสียง ได้รีบวิ่งขึ้นมาบนบ้านเพื่อเข้าห้ามปรามระงับเหตุ แต่กลับถูก นาย A ใช้มีดปลายแหลมแทงเข้าใส่ โดย นาย B (พี่ชาย) ถูกแทงเข้าบริเวณหน้าอกด้านขวาเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วน นาย C (เพื่อนบ้าน) ถูกแทงเข้าบริเวณชายโครงและแขนซ้ายได้รับบาดเจ็บ        เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัว นาย A ส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางปะหัน พร้อมดำเนินคดีในข้อหาหนัก “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, พยายามฆ่าผู้อื่น